โอวาทธรรมวันเวียนเทียน

พระภาวนาธรรมาภิรัช

วันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม 2564
วันพระ แรม 8 ค่ำ เดือน 11

     พวกเรามาเวียนเทียนกันในค่ำคืนนี้ ก็ให้รู้สึกเสมือนว่าเราเป็นตัวแทนของพุทธบริษัทที่เขาไม่มีโอกาสได้มาเวียนเทียน วันนี้เรายังน้อมจิตมาทำหน้าที่ของเราในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชน เรามาเวียนเทียน ประทักษิณ น้อมระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์

     การทำกิจวัตรทั้งกลางวันและกลางคืน ตราบใดที่เรายังไม่หลับ ถ้ายังสามารถมีกิจวัตรที่ทำให้จิตของเราเป็นมหากุศล เราทำกิจวัตรนั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะการทำของเรานั้นก่อให้เกิดสภาพกุศลจิตขึ้น

     ความหลากหลายของกิจกรรมหรือพิธีกรรม ก็เพื่อเปลี่ยนสภาพเปลี่ยนบรรยากาศให้จิตของเรานั้นไม่รับอะไรอย่างซ้ำซาก เพราะตามธรรมดาจิตจะเกิดความเบื่อในอารมณ์ง่าย ฉะนั้นคนเราที่มีความฉลาดเขาจึงผลิต สร้าง หรืออะไรก็ตามแต่ ให้มีความใหม่เสมอ ให้สนองตัณหา สนองความอยาก ความต้องการของคนไปเรื่อยๆ ตั้งแต่เรื่องอาหารการกิน เสื้อผ้าอาภรณ์ ที่อยู่ที่อาศัย สารพัด ทุกวันที่เรามีโอกาสได้เรียนรู้ได้เห็นเรื่องอื่นๆ การศึกษา การเล่าเรียน การท่องเที่ยว หรืออะไรก็ตาม เขาพยายามทำอะไรใหม่ๆ ให้จิตได้รับรู้สิ่งใหม่ ถ้าเมื่อใดที่ซ้ำซากจำเจมันจะเบื่อ

     ฉะนั้นเวลาเราปฏิบัติ พองหนอ-ยุบหนอ มันซ้ำๆ ขวาย่างหนอ ซ้ายย่่างหนอ มันซ้ำๆ ก็เลยเบื่อ เบื่อทำให้เราเห็นทุกข์ เมื่อเห็นทุกข์ก็เป็นเหตุทำให้เราละความยึดถือ ทำให้เราผ่อนคลายการยึดติดยึดมั่น เรียกว่าไม่สนองกิเลส ไม่สนองความต้องการของกิเลส ทำอะไรให้มันซ้ำๆ ซากๆ จนมันเบื่อ มันเป็นเช่นนี้เอง แต่ถ้ามีความเปลี่ยนแปลงอยู่เป็นนิจ แต่จิตของเราหรือปัญญามันไม่เกิด คนเราก็จะเกิดกิเลสตัณหา ความอยาก ความปรารถนาไปไม่มีที่สิ้นสุด ก็มาให้ข้อคิดเป็นเครื่องเตือนใจเรา ให้เรามีมุมมองที่จะเป็นการพัฒนาสติปัญญา

     ถ้าเราเอาความเปลี่ยนไปนี้มาเป็นที่เกิดของสติปัญญา มันก็เป็นความดีของเรา เป็นผลดีต่อชีวิต เพียงแค่เราเวียนเทียน การเคลื่อนที่ของเรา การเดินประทักษิณ เดินอย่างมีสติ เดินอย่างมีความศรัทธา มันก็ได้มหากุศลได้บุญแล้ว เพียงแค่เดินรอบองค์พระธาตุเจดีย์ เดินรอบองค์พระพุทธรูป ก็สามารถตั้งจิตให้เป็นกุศลได้ ส่วนที่เราเอาดอกไม้ธูปเทียนมาประกอบด้วยก็เพื่อความงดงาม เพื่อความชื่นชม ปีติ ปราโมทย์ เพื่อเกิดความรู้สึกที่ดีเพิ่มขึ้น เหมือนกับอาหารก็ต้องมีเครื่องชูรส แม้แต่ยวดยานพาหนะเรายังมีตกแต่ง สติ๊กเกอร์ติดรถยนต์ไม่ได้ช่วยให้รถวิ่งได้ดีขึ้น แต่มันดูสวยงามดี

     สำคัญที่การเดินภาวนาหรือเดินประทักษิณที่เราเอาดอกไม้เข้ามาด้วย ก็เพื่อให้จิตใจเราชื่นบาน เพราะบางครั้งเรานึกถึงพระพุทธเจ้า นึกถึงความตาย คนเราอาจจะมีความเศร้าโศกเหมือนกับเราไปงานศพ เขาก็เลยให้มีอะไรที่ทำให้จิตใจเราเบิกบานด้วย เช่น มีดอกไม้ไปเผาศพเพื่อให้จิตใจเรามีความเบิกบานไม่ใช่อยู่กับความเศร้าโศก เหมาะสำหรับผู้ที่ยังเป็นคนธรรมดา แต่ถ้าคนที่เขาเข้าถึงธรรมแล้วได้ธรรมสังเวช

     สังเวช หรือ สังเวคะ สัง-เว-ชะ มาจาก วิชชะ มาจาก วิชชา คือ ปัญญา ธรรมสังเวชก็คือให้เราเกิดปัญญา พระพุทธเจ้าทั้งหลายก็นิพพาน พระอรหันต์ทั้งหลายก็นิพพาน เราทั้งหลายนิพพานได้มั้ย ถ้าไม่ได้ก็วนเวียนอยู่ในสังสาระ รอบแล้วรอบเล่า

     เวียนเทียนมี 3 รอบ ตีความหมายได้หลายอย่าง บูชาพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ถ้าคิดอีกแบบหนึ่ง 3 รอบ คือการเจริญไตรสิกขา ศีล สมาธิ ปัญญา

     3 รอบ มุ่งหมายถึง วัฏฏะ 3 คือ กิเลสวัฏฏ์ กรรมวัฏฏ์ และวิปากวัฏฏ์

  • กิเลสวัฏฏ์ หมายถึง กิเลสทำให้เราหมุนแล้วหมุนเล่า หมุนไปด้วยกำลังของกิเลส เรามีความอยากความพอใจในสิ่งใด ก็จะเวียนวนเข้าหาสิ่งนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า
  • กรรมวัฏฏ์ คือ กระทำบ่อยๆ ทำกรรมดี ทำกรรมชั่ว บ่อยๆ ถ้าคนใดทำกรรมดีบ่อยๆ ผลดีก็ปรากฏแก่ตน ทำไม่ดีมากขึ้น ผลไม่ดีก็เกิดขึ้นกับตนเหมือนกัน กรรมวัฏฏ์ก็เป็นการที่เราหมุนเวียนอยู่ในบาปบุญ บาปก็ไปสู่ทางต่ำ บุญก็ไปสู่ทางสูง มันก็หมุนเวียนอยู่ดี
  • วิปากวัฏฏ์ วิบาก แปลว่า ผล เมื่อมีกิเลส มีกรรมแล้วก็ก่อให้เกิดผลแห่งกรรม ก็คือ กายใจ รูปนาม ชีวิตใหม่ หรือชีวิตของเราที่มีความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย เมื่อเราได้เกิดมาอย่างนี้ เจริญเติบโตเป็นหนุ่มสาวอย่างนี้ แก่ชราอย่างนี้ สุดท้ายก็ดับสังขารตายอย่างนี้ เรียกว่า วิปากวัฏฏ์

     ขณะที่เราเกิดแก่เจ็บตายอย่างนี้ มันไม่เหมือนกับรถ ยานพาหนะ เอามาประกอบกันแล้วกลายเป็นรถใหม่ ใช้ไปเก่าแก่คร่ำคร่าก็เสื่อมสลาย ถอดอุปกรณ์ขายเป็นเศษเหล็กได้ มันไม่มีชีวิตจิตใจ แต่คนมีสองส่วน ที่เรียกว่า กายหรือรูปธรรม ที่ประกอบด้วยธาตุ 4 ดิน น้ำ ไฟ ลม ถ้าเรากำหนดให้ละเอียดลงไป เป็นสารพันธุกรรม หน่วยเล็กๆ ของชีวิต รวมตัวกันเป็นเซลล์ หลายๆ เซลล์รวมตัวกันกลายเป็นอวัยวะ หลายๆ อวัยวะกลายเป็นรูปร่าง แขนขา สิ่งเหล่านี้รวมตัวกันแล้วกลายเป็นเพศ มีลักษณะบ่งบอกถึงเพศชายเพศหญิง นี่เรียกรูปธรรมหรือร่างกาย นี่เป็นวิบาก เป็นผลของกรรมหรือผลของบุญ ถ้าเราเป็นคนก็เป็นผลของบุญ ถ้าเป็นพวกสัตว์เดรัจฉาน หมู เป็ด ไก่ ก็เป็นผลของบาปอกุศลให้มีรูปร่างสัณฐานอย่างนี้

อ่าน  พิธีต่อไฟพระฤกษ์ประทานจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ

     แต่ในสัตว์เดรัจฉานก็มีทั้งส่วนของผลบุญผลบาป ความงดงาม ความสมส่วน ความดีงาม มันก็เป็นผลของบุญ แต่ว่ามันให้ผลในอัตตภาพของเดรัจฉาน คนเราก็เหมือนกัน ถ้าเป็นมนุษย์หญิงก็ตามชายก็ตาม ในส่วนของความงดงาม ความสมส่วน ความปกติ เป็นผลของบุญให้ผลในเพศมนุษย์ (สัตว์สุคติ) แต่มนุษย์เราเอง แม้จะเป็นสัตว์สุคติ แต่ก็มีผลของบาป โรคภัยไข้เจ็บ พิกลพิการ บอด หนวก ใบ้ บ้า ปัญญาอ่อน เป็นผลของอกุศลที่ให้ผลในอัตภาพเป็นมนุษย์ซึ่งเป็นสัตว์สุคติ แต่ถ้าสัตว์สุคติ มนุษย์เรามีผลบุญที่สมบูรณ์ ก็ได้รูปร่างสัณฐานผิวพรรณวรรณะหน้าตางดงามผ่องใส ปกติทุกอย่างไม่มีพิกลพิการ อันนี้เป็นผลที่เรียกว่า วิบาก

     เมื่อเราได้เสวยผลคือวิบาก ก็ยังมีกิเลสคือตัวกรรมขึ้นมาอีก พอเรามีตาหูจมูกลิ้นกายอวัยวะสมบูรณ์แล้ว ได้เห็น ได้สัมผัสอารมณ์ทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ มันก็ก่อให้เกิดกิเลสได้ สร้างกรรมอีก แต่ถ้าเราโชคดีมีบุญหน่อย พระพุทธเจ้าสอนให้เรามีสติที่จะไม่ให้การเห็นการได้ยินกลิ่นรสสัมผัส ไม่ให้เกิดกิเลส คือมีสติสัมปชัญญะ เมื่อเรามีสติสัมปชัญญะกำหนดรู้เท่าทัน บริหารจิตอย่างรู้เท่าทัน มันก็เกิดกุศลดับกิเลสได้ เป็นกุศลกรรมแทนที่จะเป็นอกุศลกรรม ฉะนั้น เมื่อเรามีวิบากแล้วก็สร้างกิเลสสร้างกรรมที่เป็นอกุศล เมื่อเรามีวิบากแล้วเรามีสติสัมปชัญญะ มีความรู้มีปัญญา เราก็สร้างมรรคเพื่อความดับอกุศลแทนที่จะสร้างกิเลสที่จะก่อให้เกิดอกุศล มันก็อยู่ที่เรามีอะไร คือมีสติปัญญามีบุญมั้ย ถ้ามีมันก็เป็นกุศล ถ้าไม่มีบุญไม่มีสติปัญญามันก็เป็นอกุศล

     ดังนั้น วันนี้เรามาสร้างกุศล สร้างบุญ ทำความดีกัน

 

┗━━━━━•❃°•°•°•°❃•━━━━━┛

 

#เวียนเทียน #วันพระ #โอวาทธรรม
#พระภาวนาธรรมาภิรัช #วัดร่ำเปิง

 

วันพระ หรือ วันธรรมสวนะ

วันพระ หรือ วันธรรมสวนะ หรือ ว อ่านต่อ

โอวาทธรรมวันเวียนเทียน 04-11-64
โอวาทธรรมวันเวียนเทียน 04-11-64

การที่จะเข้าถึงพุทธะ หรือเข้าถ อ่านต่อ

ธรรมนิยาม
ธรรมนิยาม ความแน่นอนแห่งธรรม

เราทั้งหลาย ทางที่จะให้เข้าถึง อ่านต่อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *