ด้วยวันที่ 13 ตุลาคม 2564 เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วัดร่ำเปิง (ตโปทาราม) โดยพระภาวนาธรรมาภิรัช เจ้าอาวาส ได้นำคณะภิกษุสงฆ์ สามเณร แม่ชี โยคี และผู้ปฏิบัติธรรม สวดมนต์เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ในการนี้ พล.ต.ต. ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่พร้อมภรรยา และข้าราชการตำรวจ ในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ประมาณ 50 นาย ได้เข้าร่วมประกอบพิธีสวด “มหาสันติงหลวง” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 โดย พล.ต.ต. ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย ผบก.ภจว.เชียงใหม่ ได้เป็นประธานพิธีฝ่ายฆราวาส เมื่อเสร็จพิธีคณะตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ได้ถวายปัจจัยไทยธรรมแก่พระสงฆ์ 10 รูป

ทั้งนี้ ภายในงานได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

พระภาวนาธรรมาภิรัช เจ้าอาวาส ได้กล่าวถึงที่มาของบทสวดมหาสันติงหลวงและให้พรแก่ทุกท่านโดยสรุปว่า 

บทสวดมหาสันติงหลวงนี้ เป็นการรจนาเป็นภาษาบาลีโดยพระภิกษุชาวเชียงใหม่ในยุคล้านนารุ่งเรือง และหายไปในช่วงหนึ่ง แต่พระภิกษุชาวพม่าได้นำไปสาธยายกัน ต่อมาพระภิกษุชาวไทยเราได้ไปศึกษาที่พม่า จึงเห็นว่าบทสวดนี้เป็นผลงานของพระภิกษุชาวล้านนา จึงได้นำมาพิมพ์ภาษาไทย มีสวดตั้งแต่สมัยสมโภชกรุงเทพมหานคร 200 ปีเป็นต้นมา ซึ่งในคัมภีร์ทางเหนือนั้นยังมีอยู่ แต่เป็นการเทศน์สมโภชสืบชะตาพิธีหลวงหรือพิธีใหญ่ๆ เท่านั้น และจะมีการเทศน์เป็นภาษาบาลีล้วนเพียงท่านเดียว

มหาสันติงหลวง เป็นการกล่าวถึงพระพุทธคุณของพระพุทธเจ้า คุณของพระอรหันต์ คุณของพระภิกษุณี คุณของพระอริยะ คุณของเทวดาอินทร์พรหมทั้งหลาย เป็นการกล่าวถึงพระคุณความดีงามของผู้ถึงพร้อมด้วยบุญบารมีทั้งหลาย เพื่อให้เกิดความเจริญ ความสันติ เพื่อระงับดับเสียซึ่งทุกข์ โศก โรค เวร ภัย ตลอดถึงระงับเสียซึ่งความตายก่อนอายุขัย จึงนิยมสวดสืบชะตากันทางภาคเหนือ

การที่ได้สวดถวายเป็นพระราชกุศลในวันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันที่ชาวไทยได้สูญเสียพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 9 อันเป็นที่รักที่เทิดทูนของพวกเราทั้งหลาย ถือเป็นการเสริมบารมีและบุญของเราในฐานะที่เป็นพสกนิกร และการสวดบทมหาสันติงหลวงโดยที่รู้คำแปลนี้ จะเป็นการน้อมเอาอานุภาพของบทสวดนี้เข้าปกป้องคุ้มครองรักษาเรา หรือแผ่บุญกุศลไปถึงบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับเรา ผู้ที่เคารพนับถือ พ่อแม่ปู่ย่าตายาย เจ้านาย ลูกน้อง สามารถใช้ประโยชน์จากบทสวดนี้ได้

ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ และบทมหาสันติงหลวงนี้ จงเป็นตบะเตชะพลวปัจจัย ขอให้ประเทศชาติบ้านเมืองของเราร่มเย็นเป็นสุข ประสบความสันติ ความสุขสงบ และเป็นพลังเกื้อกูลถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบูรพมหากษัตริย์เจ้าทุกพระองค์ คือ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นต้น ตลอดถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 และพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการผู้บริหารประเทศชาติบ้านเมือง ผู้มีอุปการะคุณต่อประเทศชาติ ศาสนา และเป็นพลังบุญเกื้อกูลให้พวกเราทุกรูปทุกท่าน ทั้งพระภิกษุ สามเณร แม่ชี โยคี ผู้ปฏิบัติธรรม และคณะข้าราชการตำรวจทุกหมู่เหล่าพร้อมทั้งครอบครัว ให้หายจากสรรพทุกข์ สรรพโรค สรรพภัยทั้งหลาย ให้เป็นปัจจัยถึงความเจริญแห่งสัมมาปฏิบัติ คือ มรรค ผล นิพพาน เป็นที่สุด จงมีแก่ท่านทั้งหลายทุกทั่วหน้ากันด้วยเทอญ.

ขอขอบคุณภาพบางส่วนจากเพจตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่

สัมมาทิฏฐิในธัมมจักกัปปวัตนสูตร
สัมมาทิฏฐิ

ถ้าเราจะป้องกันตัวเองให้พ้นทาง อ่านต่อ

ธรรมนิยาม
ธรรมนิยาม ความแน่นอนแห่งธรรม

เราทั้งหลาย ทางที่จะให้เข้าถึง อ่านต่อ

เผยแผ่ หรือ เผยแพร่
เผยแผ่หรือเผยแพร่

ความแตกต่างระหว่าง เผยแผ่ และ อ่านต่อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *