|
There are no translations available.
การเดินจงกรมจะใช้สติพิจารณารู้อาการที่ปรากฏทางกายเป็น 6 ระยะดังนี้
1. การเดินจงกรม 1 ระยะ กำหนดรู้ ขวาย่างหนอ-ซ้ายย่างหนอ
เดินจงกรม 1 ระยะ ขวาย่างหนอ ซ้ายย่างหนอ ให้ตั้งสติกำหนด ยกเท้าขึ้นเหนือระดับพื้นเสมอตาตุ่มแล้วก้าวเท้าขวาช้า ๆ พอประมาณ โดยกำหนดในใจตามไปพร้อมกับเท้าที่ก้าวไปให้ได้ปัจจุบัน อย่าก้าวไปก่อนแล้วกำหนดตามทีหลัง และอย่ากำหนดก่อนโดยที่ยังมิได้ยกเท้าขึ้น เช่น เดินจงกรม 1 ระยะ ขณะที่เท้าขวาก้าวไป จนวางเท้าลงกับพื้น ก็ให้กำหนดในในแต่แรกเริ่มยกเท้า ควยไปกับคำว่า “ขวาย่างหนอ” พอเท้าเหยียบลงถึงพื้นก็ให้ทันกับคำว่า “หนอ” พอดี และขณะที่ยกเท้าซ้ายก้าวไปจนวางเท้าลงกับพื้นก็ให้กำหนดในใจว่า “ซ้ายย่างหนอ” พอเท้าลงถึงพื้นก็ให้ทันกับคำว่า “หนอ” พอดี เช่นเดียวกับเท้าขวา ทำอย่างนี้ทุกครั้งและทุกก้าว เรียกว่าจงกรม 1 ระยะ เมื่อเดินไปถึงที่สุด้านใดด้านหนึ่งแล้ว ให้หยุดยืนสองเท้าวางชิดกัน แล้วกำหนดในใจช้า ๆ ว่า “หยุดหนอ หยุดหนอ หยุดหนอ” เมื่อรูปยืนปรากฏขึ้นก็ให้กำหนดในใจว่า “ยืนหนอ ยืนหนอ ยืนหนอ” เมื่อจะกลับก็ให้หันตัวมาทางขวา และยกเท้าขวาแยกมาตั้งเป็นมุมฉาก พร้อมกับกำหนดในใจว่า “กลับหนอ” แล้วยกเท้าซ้ายตามมาวางชิดกันกับเท้าขวา พร้อมกับกำหนดใจใจว่า “กลับหนอ” ขั้นที่ 2 ก็ปฏิบัติเช่นเดียวกันกับครั้งที่ 1 คือ หมุนเท้าขวาแยกมาตั้งเป็นมุมฉาก พร้อมกับกำหนดในใจว่า “กลับหนอ” แล้วยกเท้าซ้ายตามมาวางชิดกับเท้าขวาพร้อมกับกำหนดในใจว่า “กลับหนอ” เมื่อรูปยืนปรากฏขึ้น ก็กำหนดว่า “ยืนหนอ ยืนหนอ ยืนหนอ” แล้วจงเดิน พร้อมกับกำหนดว่า “ขวาย่างหนอ ซ้ายย่างหนอ” ต่อไป
การเดินจงกรมและการกำหนดรู้ตัวอยู่เสมอ ดังนี้ เป็นการฝึกปฏิบัติกรรมฐานในอิริยาบถบัพพะ ที่ว่า “คจฺฉนฺโต วา คจฺฉามีติ ปชานาติ เมื่อเดินอยู่ก็ให้กำหนดรู้ว่าเดินอยู่ ฐิโต วา ฐิโตมหิติ ปชานาติ เมื่อยื่นอยู่ก็ให้กำหนดรู้ว่ายืนอยู่” และการเดินจงกรมไปยืนอยู่กับกลับ พร้อมกับกำหนดรู้ตัวอยู่เสมอ ๆ เป็นการฝึกปฏิบัติกรรมฐานในหมวดสัมปชัญญะบัพพะ ที่ว่า “อภิกฺกนฺเต ปฏกฺกนฺเต สมฺปชานการี โหติ เป็นผู้ทำความรู้ตัวอยู่เสมอในการก้าวไปข้างหน้าในการถอวไปข้างหลัง” ตลอดเวลาที่เดินจงกรม 1 ระยะ นี้ วิปัสสนาจารย์ จะสอนให้โยคีนั่งสมาธิกำหนดอาการพอง - ยุบ สลับกันไปด้วย
เดินจงกรม 2 ระยะ ยกหนอ เหยียบหนอ โยคีพึงยืนชิดเท้าทั้งสองให้ปลายเท้าเสมอกัน แล้วตั้วตัวให้ศีรษะตรง และกำหนดในใจว่า “ยืนหนอ ยืนหนอ ยืนหนอ” ตั้งสติกำหนดและกดเท้าซ้ายมั่นไว้ แล้วยกเท้าขวาขึ้นช้า ๆ ควบไปกับการยื่นเท้าไปข้างหน้า กำหนดในใจว่า “ยกหนอ” แล้วก้าวไปวางเท้าลงกับพื้นพร้อมกับกำหนดใจในว่า “เหยียบหนอ ดังนี้เรียกว่า เดินจงกรม 2 ระยะ นอกนั้นคงปฏิบัติเหมือนการเดินจงกรม 1 ระยะ ทุกประการ
เดินจงกรม 3 ระยะ ยกหนอ ย่างหนอ เหยียบหนอ การเดินจงกรม 3 ระยะ ก็ไม่ผิดแผกแตกต่างกับการเดินจงกรมดังที่กล่าวมาข้างต้น จะต่างกันก็แต่ว่า ขณะยกเท้าขึ้นก็ให้กำหนดในใจ ไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวของเท้าว่า “ยกหนอ” ขณะที่ยกเท้าขึ้นจากพื้นเสมอตาตุ่ม เท้าเคลื่อนไปข้างหน้านั้นกำหนดว่า “ย่างหนอ” ขณะทั้งลงเหยียบราบกับพื้นกำหนดว่า “ย่างหนอ” ขณะเท้าลงเหยียบรมกับพื้นให้กำหนดว่า “เหยียบหนอ” ในการเดินจงกรม 3 ระยะ นี้ ระยะที่ 1 ให้ยกเท้าขึ้นตรง ๆ ไม่ใช้เผยอส้นเท้าก่อน แล้วจึงยกเท้า เพราะจะเหมือนกับกการเดินจงกรม 4 ระยะ ที่จะกล่าวต่อไป
เดินจงกรม 4 ระยะ ยกส้นหนอ ยกหนอ ย่างหนอ เหยียบหนอ
1. ให้เผยอส้นขึ้นพร้อมกับกำหนดในใจว่า “ยกส้นหนอ” 2. ขณะยกเท้าขึ้นจาพื้นให้กำหนดในใจว่า “ยกหนอ” 3. ขณะที่ยื่นเท้าไปข้างหน้าให้กำหนดในใจว่า “ย่างหนอ” 4. ขณะที่เท้าเหยียบราบกับพื้นให้กำหนดว่า “เหยียบหนอ” จะเห็นได้ว่าไม่ต่างกับเดินจงกรม 3 ระยะ เพียงแต่เพิ่มระยะ 1 โดยเผยอส้นขึ้นก่อน พร้อมกับกำหนดใจในว่า “ยกส้นหนอ” แล้วจึงยกเท้าขึ้นจากพื้น เช่นเดียวกับการเดิน 3 ระยะ
เดินจงกรม 5 ระยะ ยกส้นหนอ ยกหนอ ย่างหนอ ลงหนอ ถูกหนอ 1. ให้เผยอส้นขึ้นพร้อมกับกำหนดในใจว่า “ยกส้นหนอ” 2. ขณะยกเท้าขึ้นจากพื้อนให้กำหนดในใจว่า “ยกหนอ” 3. ขณะที่เคลื่อนเท้าไปข้างหน้าให้กำหนดในใจว่า “ย่างหนอ” 4. ขณะที่ลดเท้าลงต่ำแต่ยังไม่ถึงพื้น ให้กำหนดว่า “ลงหนอ” 5. ขณะที่ปลายเท้าแตะพื้นกำหนดว่า “ถูก” จนส้นเท้าสัมผัสพื้นกำหนด “หนอ”
เดินจงกรม 6 ระยะ ยกส้นหนอ ยกหนอ ย่างหนอ ลงหนอ ถูกหนอ กดหนอ 1. ให้เผยอส้นเท้าขึ้นแล้วกำหนดในใจว่า “ยกส้นหนอ” 2. ขณะยกเท้าขึ้นพ้นจากพื้นให้กำหนดในใจว่า “ยกหนอ” 3. ขณะที่เคลื่อนเท้าไปข้างหน้าให้กำหนดในใจว่า “ย่างหนอ” 4. ขณะที่ลดเท้าลงต่ำแต่ยังไม่ถึงพื้นให้กำหนดในใจว่า “ลงหนอ” 5. ขณะที่ปลายเท้าแตะกับพื้นให้กำหนดในใจว่า “ถูกหนอ” 6. ขณะที่ส้นเท้ากดลงกับพื้นให้กำหนดในใจว่า “กดหนอ”
ข้อที่ควรสังเกต 1. เมื่อโยคีเดินจงกรมในระยะใดได้ผลดี เมื่อพระวิปัสสนาจารย์ได้ตรวจสอบอารมณ์แล้วเห็นว่าโยคีปฏิบัติได้ผลเป็นที่พอใจ ก็จะสอนให้เดินไปจนถึง 6 ระยะ โยคีผู้ปฏิบัติไม่ควรจะไปขอร้องหรือเร่งรัดพระวิปัสสนาจารย์ขอเปลี่ยน หรือขอต่อระยะเดินจงกรมตามอารมณ์ของตนเอง 2. การเดินจงกรมตั้งแต่ 1 ถึง 6 ระยะ ต้องเริ่มต้นด้วยกากรก้าวเท้าขวาก่อน และมีข้อสังเกตบางประการ คือ ในการเดินจงกรมระยะที่ 1 ถ้ากำหนดแยกคำ “ขวา – ย่าง – หนอ และ ซ้าย – ย่าง - หนอ” จะกลายเป็น 3 ระยะไป จะซ้ำกับการเดินจงกรม 3 ระยะ จะต่างกันตรงที่มีหนอ 3 หนอ เท่านั้น ถ้ากำหดนควบ คำว่า “ขวาย่าง – หนอ” ก็จะกลายเป็น 2 ระยะไป จะซ้ำกับการเดินจงกรม 2 ระยะ จะต่างกันตรงที่มีหนอ 2 หนอ เท่านั้น แต่เราใช้ควบคำ คือ “ขวาย่างหนอ” “ซ้ายย่างหนอ” 3. การเดินจงกรม “2 – 3 – 4” เวลาวางเท้าลงกับพื้น เช่น “เหยียบหนอ” ฝ่าเท้าควรถูกพื้นพร้อมกับทั้งส้นเท้าและปลายเท้า ส่วนระยะที่ 5 นั้น “ถูกหนอ” ปลายเท้าลงก่อนนิดหนึ่ง แต่ในการเดินจงกรม 6 ระยะตอนถึงระยะถูกหนอ คงหย่อนปลายเท้าลงแตะพื้น ครั้นถึงระยะกดหนอจึงกดส้นเท้าลงกับพื้น 4. การเดินจงกรม ไม่ควรเดินจงกรมครั้งหนึ่ง ๆ เกิน 1 ชั่วโมง แต่ควรเดินวันละหลาย ๆ ครั้ง หลักฐานการเดินจงกรม มีในวิสุทธิมรรค ภาค 3 หน้า 251 บรรทัดที่ 5 – 6 ท่านกล่าวไว้ว่า “ตโต เอกปาทวรํ อุทฺธรณ อติหรณ วีติหรณ โวสฺสชฺชน สนฺนิเขภน สนฺนิรุมภน วเสน ฉโกฏฐาเสน กโรติณ” ให้มีการกำหนดในการเดินจงกรม ครั้งหนึ่งเป็น 6 ระยะ
|