เพราะศีล 8 เกื้อหนุนการปฏิบัติธรรม เช่น การอดอาหารมื้อเย็น ทำให้ร่างกายพร้อมกับการปฏิบัติ ไม่เสียเวลาหุงหาอาหาร การงดประดับกาย การงดบันเทิงใจจากการดูหนังฟังเพลง ทำให้มีเวลาปฏิบัติมากขึ้น ทำให้จิตใจไม่ฟุ้งซ่านในกามคุณทั้ง 5 คือ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และการงดนั่งนอนในที่สุขสบาย ลดการติดกับการนอนพักผ่อนที่มากเกินความจำเป็นของร่างกาย เป็นต้น

        ไม่เกี่ยวกัน เพราะการกินอาหารเพียงเพื่อให้กายตั้งอยู่ได้ คือ สุขภาพแข็งแรงพอที่จะทำความเพียรหรือการปฏิบัติได้ จึงควรเป็นอาหารที่สนองความต้องการของร่างกาย และไม่แสลงโรค หรือธรรมชาติกายตน ผู้ปฏิบัติต้องฝึกตนให้เป็นคนกินง่าย กินแต่พอดีและที่สำคัญคือกินอย่างมีสติ เพื่อที่จะไม่ต้องกินกิเลสความชอบ – ไม่ชอบ เข้าไปด้วย หากการกินมังสวิรัติด้วยความชอบ – ไม่ชอบ ทำให้คนกินยากอยู่ยาก และหากคิดว่าตนดีกว่าคนอื่นที่กินเนื้อสัตว์ก็ย่อมเพิ่มกิเลสมานะและอุปาทานเข้าไปอีกประการหนึ่ง การกินนั้นย่อมไม่ทำให้การปฏิบัติธรรมได้ผลดี

        เพราะทำให้กายสงบ ใจสงบ เหมาะกับการปฏิบัติธรรม เพราะการภาวนาให้ได้ปัญญานั้นต้องอาศัยใจ ที่สงบเป็นพื้นฐานสำคัญ

        เพราะการกราบเป็นการต้อนสติไว้ที่มือ เป็นการกำหนดอิริยาบถย่อยที่จะส่งให้มีสติ สมาธิ อยู่กับการเดินจงกรมได้มากขึ้น สติสมาธินั้นจะทำให้คุณสมาธิในการนั่งกรรมฐานดีขึ้น และความเจ็บปวดในการนั่งกรรมฐานลดลง

        ได้ แต่อย่าให้หลังพิงพนัก เพราจะทำให้ร่างกายสบายเกินไป ยากต่อการกำหนดและความง่วงครอบงำง่าย การนั่งสมาธิให้เลือกนั่งในท่าที่กายสงบได้นาน และไม่ขัดกับธรรมชาติของกาย

        เพราะกาย-ใจสงบได้ด้วยกายส่วนบนตั้งตรง กายส่วนล่างวางเป็นรูปสามเหลี่ยมรับน้ำหนักไว้ได้ ทำให้กายมีสมดุลตามธรรมชาติ และจิตจะอยู่ในสภาพกลางๆ ตามธรรมชาติ ในขณะที่การยืนกรรมฐานทำให้เมื่อยง่าย การนอนกรรมฐานทำให้กำหนดได้ยาก

        ไม่ได้ เพราะจะทำให้เดินเซ ไม่สมดุลผิดทิศทางหรือชนกับสิ่งต่างๆ และอาจเหยียบเอากับสิ่งที่เป็นอันตราย หรือสัตว์เล็กๆ ตายได้ เป็นต้น ที่ถูกควรทอดสายตาตามพื้นห่างจากเท้า 2 – 3 เมตร โดยไม่ควรมองไกลๆ เพราะทำให้ใจลอยไปกับสิ่งต่างๆ ที่ผ่านมาให้เห็นได้ง่าย และไม่ควรก้มมองเท้าตนเองเพราะหากเดินนานๆ จะปวดเมื่อยต้นคอ

        การมีอาจารย์สอนจะช่วยให้ได้ผลดีขึ้น รวดเร็วขึ้น และไม่หลง เพราะการปฏิบัติธรรมนั้นผู้ฝึกเองอาจพบกับสภาวะที่เข้าใจได้ยาก หรือไม่สามารถเข้าใจได้ด้วยตนเอง ผู้สอนจะช่วยแนะนำให้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

        วิธีที่อยู่ในหลักสติปัฏฐาน 4 ที่เริ่มด้วยการเจริญสติ เพื่อให้เกิดสมาธิอันเป็นหนทางให้ได้ถึงเป้าหมาย คือ ปัญญา

          อานาปานสติ เป็นการกำหนดสติอยู่ในหลักของกายานุปัสสนา ในหลักสติปัฏฐาน 4 ที่ต้องการสมาธิในระดับชั่วขณะหรือเกือบจะตั้งมั่นเท่านั้น

          ไม่จำเป็น ที่เงียบอาจช่วยให้ผู้ใหม่มีจิตสงบได้ง่ายขึ้นบ้าง แต่การฝึกวิปัสสนากรรมฐานตามหลักสติปัฏฐาน 4 ควรอยู่ในสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติเท่าที่มีอยู่ เพื่อฝึกให้จิตสงบภายใน แม้สถานที่จะสับสนวุ่นวายก็ไม่เกี่ยวกับการฝึกตน รักษาจิตตนให้สงบ เพื่อความพร้อมในการเผชิญกับความจริงในชีวิตประจำวัน และการฝึกตนให้ยอมรับอยู่ได้เป็นอย่างดีกับทุกสิ่งที่มันเป็น

          ไม่จำเป็น การแผ่เมตตาหลังนั่งกรรมฐานเป็นการแบ่งปันกำลังอันเป็นกุศลจากจิตของผู้แผ่ไปยังสัตว์อื่นๆ ที่ต้องเริ่มต้นจากการแผ่ให้ตนเอง สัตว์อื่นๆ ที่ไม่รักไม่ชัง ผู้เป็นที่ชังและผู้เป็นที่รัก ตามลำดับ แต่การแผ่เมตตานั้นเป็นสิ่งที่สมควรทำเพราะเป็นการจัดสรรแบ่งปันสิ่งดีๆ (กำลังของจิตอันเป็นกุศล) ให้กับตนเองและผู้อื่น ลดการโกรธพยาบาททั้งต่อตนเองและผู้อื่น ช่วยทำให้จิตสงบสุข

          ได้ เพราะการฝึกเจริญสตินั้น ทำได้อยู่ตลอดเวลาที่เรารู้สึกตัวอยู่และมีลมหายใจ วิปัสสนากรรมฐานตามหลักสติปัฏฐาน 4 เป็นการฝึกให้มีสติอยู่กับการหายใจอย่างต่อเนื่อง ตามธรรมชาติของกาย-ใจ ในการดำเนินกิจกรรมในชีวิตประจำวันตามปกติ โดยการกราบสติปัฏฐาน เดินจงกรม นั่งกรรมฐานได้ทุกวัน จะช่วยให้การเจริญสติในตอนกลางวันได้ผลดียิ่งขึ้น ศีล 5 ถือเป็นจริยธรรมขั้นพื้นฐานของพุทธศาสนิกชน จะช่วยให้การปฏิบัตินั้นมีกำลัง เห็นผลได้เร็วและดีขึ้น ที่สำคัญคือ การมีสติสัมปชัญญะอยู่ตลอดเวลา

          เพราะการกินอาหารเพื่อกายนั้น ต้องตั้งอยู่บนฐานง่ายต่อการที่จะดูแล การเลือกกินและไม่กินจะทำให้เป็นคนเลี้ยงยาก จึงฝึกที่จะกินอาหาร แต่ไม่กินกิเลส กินเท่าที่มีคนจัดเตรียมให้ หรือที่ศรัทธาญาติโยมสะดวกที่จะทำบุญ พระพุทธเจ้าจึงไม่ทรงห้ามฉัน (กิน) เนื้อสัตว์ แต่ทรงห้ามภิกษุฉันเนื้อสัตว์ที่ภิกษุนั้นได้ยิน หรือได้สั่งฆ่าเพื่อเป็นอาหารแก่ตนเท่านั้น

          ตายแล้วไปสู่สุคติ คติ แปลว่า ที่ไป สุ แปลว่า ดี คือ ตายแล้วไปเกิดในที่ดี แต่จะเกิดเป็นมนุษย์ เทวดา หรือพรหม ก็แล้วแต่จิตขณะสุดท้าย พระพุทธองค์ตรัสถึงความตายว่า หากตายด้วยสติ หรือมีสติแล้วสุคติเป็นที่หวัง การฝึกเจริญสติและการเจริญสติอยู่ตลอดเวลา ทำให้สติมีกำลังมากกว่ากำลังของความเจ็บปวดจากกายที่ใกล้จะตาย ทุกข์หรืออกุศลจึงไม่สามารถครอบงำจิตได้และเมื่อจิตมีกำลังอันเป็นกุศลคือสติแล้ว กำลังอันเป็นกุศลนั้นย่อมนำไปถึงจุดหมายที่ดี