พระปลัดพิเชษฐ์ ญาณวโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสฝ่ายการศึกษาและครูใหญ่โรงเรียนปริยัติธรรม ในฐานะตัวแทนคณะครูอาจารย์ตลอดถึงนักเรียนนักศึกษาพระปริยัติธรรม สำนักศาสนศึกษา วัดร่ำเปิง (ตโปทาราม) ได้กล่าวขอบพระคุณในเมตตาของพระภาวนาธรรมภิรัช วิ. เจ้าอาวาสวัดร่ำเปิง (ตโปทาราม) ที่ได้มาเป็นประธานในการมอบวุฒิบัตร ตลอดจนถึงวัตถุมงคล ของที่ระลึกแก่นักเรียนนักศึกษาที่ได้สอบผ่านพระปริยัติธรรม ทั้งในส่วนของบาลี นักธรรม พระอภิธรรม และในส่วนของการสอบความรู้ พระนวกภูมิ ปีการศึกษา 2564 ตลอดจนถึงครูบาอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ในสำนักศาสนศึกษา วัดร่ำเปิง (ตโปทาราม) ในปีการศึกษา 2564 นี้

          ในปี 2563 สำนักศาสนศึกษา วัดร่ำเปิง (ตโปทาราม) ได้เปิดการเรียนการสอนทั้งในส่วนของการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลี แผนกธรรม นักธรรม ธรรมศึกษา และอภิธรรม พระอภิธรรม อภิธรรมโชติกะวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และอภิธรรมมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มีนักเรียนนักศึกษาที่สอบผ่านการศึกษาในปีการศึกษาที่ผ่านมาทั้งสิ้น 85 รูป/คน และในส่วนของพระนวกะที่อยู่ศึกษาพระปริยัติธรรมและปฏิบัติธรรมจนจบหลักสูตรในปีนี้ จำนวน 10 รูป มีครูอาจารย์ผู้สอนในสำนักศาสนศึกษาทั้งสิ้น จำนวน 15 รูป/คน ในส่วนของนักเรียนนักศึกษาที่สอบผ่านทั้ง 85 รูป/คนนั้น มีบางส่วนที่ไม่สามารถที่จะเข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ได้ คงเหลือแต่เพียงบางส่วน เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดด้วยส่วนหนึ่ง และบางท่านได้ลาสิกขาไป ดังนั้น ในวันนี้จึงมีนักเรียนนักศึกษาที่เข้ารับประกาศนียบัตรและของที่ระลึกรางวัล รวม 60 รูป/คน

หลังจากนั้น พระภาวนาธรรมาภิรัช วิ. ได้โปรดเมตตาให้โอวาทธรรมเพื่อเป็นข้อคิด และแนะนำข้อปฏิบัติเพื่อที่จะได้พัฒนาปรับปรุงการเรียนการสอนของสำนักศาสนศึกษาพระปริยัติธรรม วัดร่ำเปิง ให้เจริญก้าวหน้าสืบต่อไป ดังต่อไปนี้

          ขอความนอบน้อมของข้าพเจ้าจงมีแด่พระรัตนตรัย ขอแสดงความยินดีกับคณะครูบาอาจารย์ ผู้บริหารการศึกษาของสำนักศาสนศึกษา พระปริยัติธรรม วัดร่ำเปิง คือ ท่านปลัดพิเชษฐ์ ญาณวโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ฝ่ายการศึกษา และคณะครูบาอาจารย์ทุกรูปทุกคน

          การศึกษาของวัดเรานั้นมีมาแต่เบื้องต้น ตั้งแต่พระเดชพระคุณหลวงปู่ได้มาเปิดวัดร่ำเปิงนี้ ท่านมีจุดประสงค์ว่าจะเป็นสำนักปฏิบัติธรรม เอาวัดเมืองมางเป็นสำนักปริยัติ แต่เนื่องจากว่าการเดินทางสมัยก่อนจากวัดร่ำเปิงไปวัดเมืองมางนั้น 1 ชั่วโมงก็ยังไม่ถึงเพราะหนทางลำบาก ท่านจึงได้ดำริเปิดการศึกษาแผนกอภิธรรมขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อสนองความเข้าใจหลักปริยัติเกี่ยวกับปฏิบัติของพระภิกษุ สามเณร แม่ชี โยคี ภายในวัด ได้เปิดวันที่ 30 มิถุนายน พุทธศักราช 2531 ต่อมามีการเปิดสอนนักธรรมและบาลีตามลำดับ และเสริมด้วยการศึกษาธรรมศึกษา เป็นต้น เมื่อพระเดชพระคุณท่านมาเป็นเจ้าอาวาสอย่างเต็มตัว ท่านก็ตั้งเป็นสำนักศาสนศึกษาอย่างเป็นทางการ เพื่อรองรับความเจริญขึ้นของกิจกรรมทางพุทธศาสนาที่วัดร่ำเปิง (ตโปทาราม) แห่งนี้ ซึ่งแต่ก่อนนั้นถ้าจะไปรับทุนการศึกษาก็ต้องไปรับที่วัดเมืองมาง เมื่อระบบจำนวนนักศึกษาที่วัดร่ำเปิงมีมาก เป็นภาระเรื่องยานพาหนะในการขนถ่ายต่างๆ จึงขอจัดที่นี่ ครูบาอาจารย์จึงมาพิจารณาว่า วัดร่ำเปิงนั้นเริ่มต้นที่พระอภิธรรม จึงอยากจะเอาวันพระอภิธรรมเป็นวันการศึกษาพระปริยัติธรรม

วันอภิธรรม ก็คือ วันเทโวโรหณะ เพราะวันเทโวโรหณะเกี่ยวข้องกับพระอภิธรรมที่เมื่อพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์และแสดงธรรมแก่ประชาชน ณ โคนต้นมะม่วงของนายอุทยานพระเจ้าปเสนทิโกศล โดยที่คนเฝ้าพระราชอุทยานเก็บมะม่วงรสดีถวายพระพุทธเจ้า เมื่อพระพุทธเจ้าทรงรับแล้วก็ให้พระอานนท์คั้นเป็นน้ำปานะถวาย แล้วให้นายอุทยานขุดดินแล้วเอาเมล็ดปลูกลงไปตรงนั้น โดยใช้น้ำล้างพระหัตถ์เทรดลงไป ต้นมะม่วงก็งอกโตขึ้นมาด้วยอำนาจของพระพุทธานุภาพ ส่วนเจ้าลัทธิต่างๆที่ตั้งใจมาแข่งดีก็แพ้ภัยตนเองไป เมื่อพระองค์เสร็จสิ้นพุทธกิจนี้แล้วก็เสด็จขึ้นไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อโปรดพุทธมารดา เพื่อจะได้ทดแทนขีระธาราที่พระมารดาได้ทรงเลี้ยงดูพระองค์มาเป็นเวลา 7 วัน โดยการแสดงธรรมที่เรียกว่าอภิธรรมหรือปรมัตถธรรม ซึ่งเป็นธรรมที่มีความประเสริฐ ความประณีต ความละเอียดยิ่งกว่าพระสูตรในพระวินัย เป็นเวลา 3 เดือน

          เมื่อพระองค์ทรงแสดงพระอภิธรรมตลอด 3 เดือนนั้น แต่พระองค์ก็ยังทรงลงมาบิณฑบาตในมนุษยโลก โดยเสวยพระกระยาหารที่สระอโนดาต และพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมให้แก่พระสารีบุตรซึ่งมาอุปัฏฐาก เป็นการแสดงธรรมเฉพาะหัวข้อธรรมย่อๆ เรียกว่า มาติกา ว่าพระองค์ได้ทรงแสดงธรรมหัวข้อนี้ๆ แก่เทวดาทั้งหลาย พระสารีบุตรจึงได้มาแสดงธรรมขยายออกมาให้บรรดาสาวกหรือลูกศิษย์ของท่านฟัง และเมื่อได้ฟังพระอภิธรรมแล้วพระภิกษุเหล่านั้นก็บรรลุเป็นพระอรหันต์

          พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่เทวดาโดยพิสดาร แต่แสดงแก่พระสารีบุตรโดยย่อ พระสารีบุตรแสดงโดยประมาณเป็นกลางๆ พระอภิธรรมในปัจจุบันจึงเป็นแบบกึ่งย่อกึ่งพิสดาร

          เบื้องต้นเราเรียนพระอภิธรรมมัตถสังคหะ เป็นกุญแจไขเข้าสู่พระอภิธรรมที่เป็นพระคัมภีร์ หมายถึงเมื่อเราเรียนพระอภิธรรมมัตถสังคหะจบ เราสามารถไปอ่านพระคัมภีร์ได้เข้าใจ โดยที่พระอนุรุทธาจารย์ได้ทำกุญแจสรุปย่อเกี่ยวกับพระอภิธรรมไว้ ที่เราเรียกว่า อภิธรรมสังคหะ 9 ปริเฉท

          การที่เราได้มาน้อมระลึกถึงการที่พระพุทธเจ้าแสดงธรรม 7 คัมภีร์จบแล้ว มีเทวดา 80 โกฐิบรรลุ ได้ดวงตาเห็นธรรม รวมทั้งพระราชมารดา และได้เป็นพระอริยะแล้ว พระพุทธองค์ก็เสด็จจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น โดยตอนที่ลงมานั้น เทวดา อินทร์ พรหม เสด็จตามมาด้วย และวันนั้นเป็นวันวิเศษที่ มนุษย์ เทวดา อินทร์ พรหม สัตว์นรก เปรต อสุรกาย จะมองเห็นกันหมด คือสามารถมองเห็นด้วยตาเนื้อของตน วันนี้จึงเป็นวันวิเศษที่เรียกว่า วันเทโวโรหณะ หรือวันพระพุทธเจ้าเปิดโลก คือ 3 โลก สามารถมองเห็นกัน เวลาบิณฑบาตในวันเทโวโรหณะจึงอัญเชิญพระพุทธรูปมารับบาตรญาติโยม เหมือนกับเป็นการเดินมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ถือเป็นคติ จำลองเหตุการณ์ในอดีต

การศึกษาที่ท่านกล่าวไว้ 3 แบบ คือ อลคัททูปมปริยัติ นิสสรณัตถปริยัติ ภัณฑาคาริกปริยัติ

  1. อลคัททูปมปริยัติ หมายถึง ปริยัติการศึกษาที่บุคคลนั้นเอาความรู้ไปทำความเห็นผิดแก่ตน อุปมาเหมือนกับจับงูข้างหาง งูพิษก็จะเงื้อมมากัดตน เหมือนผู้ใดศึกษาแล้วเอาความรู้มาเป็นทิฐิมานะ เอามาเป็นเหตุแห่งการถกเถียง ทะเลาะวิวาทกันด้วยวาทะว่าฉันดีกว่าเขา หรือเขาดีกว่าเรา เป็นต้น ถือเป็นปริยัติเพื่อกิเลส หรือเสริมสร้างอีโก้ของตนเอง
  2. ภัณฑาคาริกปริยัติ คือ ปริยัติที่เกิดจากการศึกษาของพระอริยะเจ้า ท่านเรียนรู้หรือปฏิบัติจนบรรลุเป็นพระอรหันต์แล้วก็ต้องศึกษาปริยัติเพื่อดำรงคำสอนนั้นไว้  ภัณฑาคาริก หมายถึงขุนคลัง คือศึกษาไว้เป็นคลังข้อมูล เก็บไว้สอนลูกศิษย์ลูกหาสืบต่อไป เป็นระบบที่เรียกว่าพระไตรปิฎกหรือพระธรรมวินัย ซึ่งพระอรหันต์ท่านศึกษาและทรงจำวินัยนั้นไว้
  3. นิสสรณัตถปริยัติ เป็นการศึกษาเพื่อมรรคผลนิพพาน ขจัดขัดเกลากิเลส ศึกษาเพื่อให้เรารู้จักว่าอันนี้ควรทำ อันนี้ควรละ ศึกษาเพื่อละทิฐิมานะ ละความเห็นแก่ตัว เกิดสัมมาทิฐิธรรม ศึกษาเพื่อขจัดขัดเกลากิเลส ถือว่าศึกษาเพื่อเป็นฐานรองรับให้เรานั้นปฏิบัติธรรมแล้วจะได้ไม่หลงสภาวะ ไม่หลงอารมณ์ในการปฏิบัติ จะได้ไม่รู้ผิด คิดผิด เห็นผิด
อ่าน  สถิติการเรียนการสอนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม

 

แม้ว่าวัดร่ำเปิงจะเป็นวัดปฏิบัติ แต่ก็มีการศึกษาปริยัติด้วยนั้น ก็เพื่อว่าจะทำให้เรานั้นมีความรู้ทั้งปริยัติและปฏิบัติ คือการศึกษาตามระบบ ปฏิบัติคือปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า การเจริญสมถะวิปัสสนากรรมฐาน ปฏิเวธ สามารถขจัดกิเลสได้ ก็จะได้บรรลุธรรมอย่างถูกต้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *